ความผูกผัน จารีตประเพณี และ ความเชื่อ

กัญชง (มั้ง) เป็นต้นพืชที่เทวดา (เย่อ เซ้า) นำมาให้เป็นของม้งปลูกและนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันของม้งทำให้ต้นกัญชงเป็นพืชมงคลและอัปมงคลในต้นของกัญชงรุ่นปู่ทวดกล่าวว่าการปลูกกัญชงจะไม่ให้คนหนุ่มสาวปลูก เพราะเป็นพืชที่ปลูกเอาใยมาใช้งานพิธีศพจะมีการปลูกไม่มาก ส่วนที่เหลือถึงจะนำมาใช้ทอเป็นเสื้อผ้าใส่ ชุดเสื้อผ้าที่ตกแต่งศพถือเป็นชุดประจำเผ่าม้ง คนตายส่วนใหญ่ใส่ชุดกัญชงเมื่อไปสู่สรวงสวรรค์จะได้หาเจอบรรพบุรุษของตน ชุดกัญชงเมื่อคนตายเน่าชุดกัญชงก็จะเน่าไปด้วยแต่หากเป็นเสื้อผ้าที่ย่อยสลายไม่ได้คนตายจะไม่ได้ไปผุดไปเกิดและจะกลับมาทำให้คนในครอบครัวเจ็บไข้ได้ป่วยหรือมีอันเป็นไป สวนกัญชงที่ปลูกเมื่อมีการเจริญเติบโตจะไม่มีการเข้าไปดูแล หากมีรอยสัตว์หรือเห็นสัตว์ป่าสี่ขา เช่น กวาง หมูป่า เสื้อ เก้ง สัตว์เลื่อยคลานหรือมีรอยสัตว์เข้าไปหรือนอนในสวนกัญชง หรือกิ่งไม้หักตกลงไปในสวนกัญชงจะไม่เอา ทิ้งสวนกัญชงนั้นเลย

เป็นต้นพืชที่รู้จักมาตั้งแต่สมัย รุ่นปู่ทวด มีการปลูกสืบทอดกันมายาวนาน จากรุ่นปู่ทวดบอกเล่าเรื่องกัญชงมีความสำคัญต่อวิถีการดำเนินชีวิตม้งมาก ทำให้ม้งรู้จักการนำกัญชงใช้ประโยชน์ ต่อมาเกิดภัยธรรมชาติทำให้กัญชง      สูญพันธุ์หายไปจากวิถีม้งทำให้ม้งไม่รู้จักการปลูกการนำเอากัญชงมาใช้  มาวันหนึ่งมีเทวดาลงมาสอนการปลูกกัญชงและการทำเส้นใย ทำเส้นด้ายนำมาทอให้เป็นผืนผ้า ทำการตัดเย็บเสื้อผ้ากระโปรงและเครื่องใช้ต่าง ๆ ตั้งแต่นั้นมา ม้งจึงมีเสื้อผ้ากัญชงสวมใส่ มีการสืบทอดรุ่นต่อรุ่นมาโดยเฉพาะความเชื่อชุดเสื้อผ้าตกแต่งศพให้คนที่ตายสวมใส่ต้องทำมาจากผ้าใยกัญชงเท่านั้น หากนำเสื้อผ้าของคนไทยคนจีนตกแต่งศพให้คนที่ตายเมื่อไปถึงเมืองผีก็จะถูกทอดทิ้งทำให้ไม่มีเสื้อผ้าใส่ จะลำบากในการไปเกิดชาติหน้า จึงทำให้กัญชงมีความสำคัญต่อวิถีชีวิตทุกครอบครัวม้ง

ก๊ะ  กล่าวว่า (เย่อ เซ้า) เป็นผู้แนะนำและสอนการคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ การทำเส้นใยทำมาทำเส้นด้ายถาดทอเป็นผืนผ้า

โฝ่ง กล่าวว่า สมัยก่อนม้งไม่มีผ้าที่จะนำมาตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าใส่ จำเป็นต้องปลูกกัญชง (มั้น) เพื่อนำเส้นใยมาทอเป็นผ้า ทำให้สมัยก่อนเสื้อผ้าม้ง ที่สวมใส่นั้นล้วนแต่เป็นเสื้อผ้ากัญชง

ปรา กล่าวว่า เนื่องจากสมัยก่อน ชนเผ่าม้งเป็นเผ่าที่อาศัยอยู่บนดอยสูงห่างไกลจากตัวเมือง เส้นทางขึ้นภูเขายากลำบากในการเดินทาง สมัยนั้นชาวเขาสถานะยากจนไม่มีเงินทอง จึงไม่สามารถลงมาซื้อผ้านำไปตัดเย็บเป็นเสื้อผ้า จึงมีการค้นพบต้นกัญชง (มั้น) ที่สามารถนำส่วนเปลือกเป็นเส้นใยมีความเหนียวทน มาทำเส้นด้ายทอเป็นผืนผ้า

การใช้ประโยชน์  นำส่วนเปลือกที่เป็นเส้นใยที่มีคุณสมบัติเหนียวทนไม่ขาดง่ายทำเป็นเส้นด้ายใช้ทอเป็นผืนผ้า ที่มีเทา หากฟอกหลายครั้งก็จะเป็นสีขาวเหมือนผ้าปกติ สามารถนำมาย้อมสีได้ตามความต้องการ แต่ม้งนิยมคือ สีครามสีน้ำเงิน จากนั้นนำผ้ามาปากลวดลายเย็บทำเป็นเสื้อ กระโปรง กางเกง ผ้ามัดเอวสำหรับผู้หญิงคลอดลูก ตัดเย็บเป็นมุ้งกันยุง ผ้าห่มกันหนาวตัดเย็บกระสอบโบราณใส่ของมีค่า เปลือกเส้นใยกัญชงนำมาทำสายหน้าไม้ที่นิยมมาก เพราะมีความเหนียวทนเมื่อโดนน้ำทำให้ความชื้นการใช้งานสามารถใช้งานได้นาน เส้นใยกันชง นำมาใช้งานประเพณี งานศพ เช่น ชุดเสื้อผ้าตกแต่งศพ เชือกมัดม้าของคนตาย รองเท้า ถุงเท้าคนตาย เชือกสายสิญจน์ ใช้งานพิธีเลี้ยงผี (อัว เน้ง) สายสะพายเลี้ยงผี (ช่อ เน้ง) ต้องเป็นเส้นใยกัญชงที่มีขนาดความกว้าง 12 นิ้ว ยาว 8 เมตร หมอผีใช้สำหรับเชิญผีหรือเทพมาประกอบพิธี  เปลือกกัญชงใช้เป็นยา ผู้หญิงอยู่ไฟทานอาหารเป็นพิษเกิดอาการแพ้ นำมาเผาให้ร้อนจึงจะนำชงดื่มเป็นยาแก้แพ้จากการกินอาหารเป็นพิษ